เจาะลึกดราม่าพัทยา ปมทำร้ายหนุ่มกะเหรี่ยงสัญชาติไทย ของ “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน”

กรณีความขัดแย้งที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวางในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังปรากฏภาพคลิปวิดีโอกลุ่มบุคคลรุมทำร้ายนายเดช ชายวัย 27 ปี โดยมีนายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เหตุการณ์นี้ได้พลิกผันจากปัญหาการกระทบกระทั่งส่วนตัว กลายเป็นประเด็นระดับสังคม เมื่อทราบความจริงว่าผู้เสียหายไม่ใช่แรงงานข้ามชาติ แต่เป็นชาวไทยชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดกาญจนบุรี นำมาซึ่งความไม่พอใจของคนในพื้นที่ การตั้งคำถามถึงการใช้ศาลเตี้ย และข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ ทีมข่าวได้รวบรวมและเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อให้เห็นภาพรวมที่เป็นกลาง

จุดเริ่มต้นจากความขัดแย้งในสถานบันเทิง

ปฐมบทของความขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง โดยนายเดช ซึ่งทำงานเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ (เอนเตอร์เทน) ได้มีปากเสียงกับพนักงานในร้าน สาเหตุมาจากความไม่พอใจเรื่องปัญหาเหล้าฝาก และการไม่ได้รับของแถมจำพวกผลไม้เมื่อเปิดเครื่องดื่มชุดใหม่เหมือนโต๊ะอื่น นายเดชยอมรับว่าตนได้ต่อว่าทางร้านด้วยคำว่า “ร้านออกรูปเหลี่ยม” จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจและเชื่อว่าปัญหาได้จบลงแล้ว

เหตุการณ์บานปลายและการใช้ศาลเตี้ย

ทว่าในวันที่ 2 มีนาคม สถานการณ์กลับปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายไอยวัฒน์ หรือ “เฮียตี๋” ได้รับแจ้งเรื่องราวและบุกมายังร้านที่เกิดเหตุ ตามคำให้การของนายเดชระบุว่า นายไอยวัฒน์ได้เข้ามากระชากคอเสื้อ พร้อมตั้งคำถามว่าเป็นคนไทยหรือไม่และขอดูบัตรประชาชน ก่อนจะปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้า ซึ่งนายไอยวัฒน์ยอมรับในภายหลังว่าตบไป 2 ครั้งเพื่อเป็นการสั่งสอน อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นได้เกิดเหตุชุลมุนโดยมีกลุ่มบุคคลเข้ามารุมทำร้ายนายเดชอย่างรุนแรง ซึ่งนายไอยวัฒน์ได้ปฏิเสธว่ากลุ่มคนที่เข้ามารุมทำร้ายนั้นไม่ใช่คนของตน แต่เป็นบุคคลภายในร้านที่มีความขัดแย้งกันอยู่เดิม และคลิปที่ถูกเผยแพร่มีการตัดต่อให้สังคมเข้าใจผิดว่าตนพาพวกไปรุมทำร้าย

ภายหลังคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ในช่วงค่ำของวันที่ 9 มีนาคม นายไอยวัฒน์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับผิดและขอโทษสังคมต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้าย เพียงต้องการสั่งสอนเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคนไทย และไม่มีทัศนคติในแง่ลบต่อกลุ่มชาติพันธุ์

ผู้เสียหายลุยแจ้งข้อหาหนัก – แฉปมเรียกรับส่วย

สถานการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม เวลา 11.30 น. เมื่อนายสุขสวัสดิ์ ทับมาโนช หรือ “มดดำ” พร้อมด้วยทีมกฎหมาย ได้พานายเดชเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีกับนายไอยวัฒน์แบบถึงที่สุด โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายกระทง ได้แก่ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์), ทำร้ายร่างกาย, และกักขังหน่วงเหนี่ยว นายเดชเปิดเผยด้วยความสะเทือนใจว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ตนได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก รู้สึกอับอาย หวาดกลัวการใช้ชีวิตและการหางานทำในอนาคต พร้อมขอร้องไม่ให้สังคมพาดพิงเหยียดหยามถึงชาติพันธุ์และบ้านเกิดของตน

ในขณะเดียวกัน นายสุขสวัสดิ์ (มดดำ) ได้นำหลักฐานสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่อ้างว่ามีกลุ่มบุคคลอ้างตัวมีอำนาจไปเรียกรับเงินส่วยจำนวน 2,000 บาท มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พร้อมประณามการใช้ศาลเตี้ยในสังคมว่าไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าผู้เสียหายจะเป็นคนสัญชาติใด และเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

การตอบโต้และการเข้ามอบตัว

การเคลื่อนไหวของฝั่งผู้เสียหาย ทำให้ในวันเดียวกัน นายเต้ อาชีวะ ตัวแทนของกลุ่มไทยไม่ทนและคนสนิทของนายไอยวัฒน์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความตัดพ้อถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวจากการเข้าไปช่วยเหลือคนไทยแต่กลับถูกดำเนินคดี ก่อนที่ในช่วงค่ำจะนำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ประชาชนในชุมชนอมรนาเกลือ เพื่อยืนยันถึงเจตนาดีในการช่วยเหลือสังคมด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว

ท้ายที่สุด เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 มีนาคม 2569 นายเต้ อาชีวะ ได้พานายไอยวัฒน์เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองพัทยา โดยมีการยกมือไหว้ขอโทษสังคมอีกครั้ง พร้อมชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับส่วยแรงงานต่างด้าวอย่างสิ้นเชิง

ปัจจุบัน คดีความดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ผลการตรวจร่างกายทางนิติเวช และภาพจากกล้องวงจรปิดฉบับเต็ม เพื่อคลี่คลายคดีที่มีความซับซ้อนและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

Recent Comments

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง

Stay Informed With the Latest & Most Important News

I consent to receive newsletter via email. For further information, please review our Privacy Policy

Advertisement

Follow
Search
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...